ฟิลัสฏีน's profileA Piece of Peace :: Free...PhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    October 26

    THe Ideal MUSLIMAH CamP :: I

    มีโอกาสได้ไปเข้าค่าย The Ideal Muslimah มา
    เนื้อหาและทิศทางของค่ายมีหนังสือ
    The Ideal Muslimah เป็นธีม
    ในแต่ละหัวข้อกิจกรรมก็เก็บอะไรบางอย่างกลับมาเล็กๆน้อยๆ (พอเอามารวมกันก็มากมาย)
    อย่างหัวข้อหน้าที่ของมุสลิมมะฮฺต่อบิดามารดา
    หัวข้อนี้เสียน้ำตาไปเยอะที่สุด
    โดยเฉพาะตอนที่เจ้าของหัวข้อพูดถึงอายะฮฺนี้

    และเราได้สั่งการแก่มนุษย์เกี่ยวกับบิดา มารดาของเขา โดยที่มารดาของเขาได้อุ้มครรภ์เขาอ่อนเพลียลงครั้งแล้วครั้งเล่า และการหย่านมของเขาในระยะเวลาสองปี เจ้าจงขอบคุณข้า และบิดามารดาของเจ้า ยังเรานั้น คือการกลับไป” (ลุกมาน : 14)

    ก่อนหน้านี้เคยคิดว่าตัวเองเข้าใจและซาบซึ้งอายะฮฺนี้พอสมควร โดยเฉพาะท่อนอายะฮฺ โดยที่มารดาของเขาได้อุ้มครรภ์เขาอ่อนเพลียลงครั้งแล้วครั้งเล่า แต่จากที่ได้ฟังเจ้าของหัวข้อเล่าประสบการณ์ในเรื่องการตั้งครรภ์ ส่วนที่กระแทกใจที่สุดคงเป็นคำพูดที่พูดว่า หลังจากที่ฟื้นจากคลอดลูกแล้ว คนแรกที่อยากเห็นหน้าที่สุด ไม่ใช่สามี แต่เป็นแม่ เรียกหาแต่แม่ เพื่อที่จะบอกว่าเรารักเขา
    มาชาอัลลอฮฺ สำหรับฉันมันเป็นคำพูดที่อธิบายอายะฮฺนี้ได้อย่างชัดเจนที่สุดและคนที่จะเข้าใจได้ดีคือคนที่ประสบกับมันโดยตรง

    วันนี้เป็นวันครบรอบ22ปี ที่ฉันได้ทำให้ผู้หญิงคนหนึ่งต้องเจอกับความเจ็บปวดมากที่สุดเป็นครั้งแรกในชีวิตของเธอ หลังจากที่เธอต้องเหน็ดเหนื่อยมาเก้าเดือน

    เธอจะจำวันนี้ได้ทุกปีและรอคอยที่จะได้เจอมันอย่างเงียบๆ (บางปีก็ตื่นเต้น) และมีความหวัง

    ฉันไม่รู้หรอกว่าทำให้เธอผิดหวังหรือเปล่าที่ฉันไม่ได้บอกรักเธอในวันนี้ของทุกๆปี
    หลายปีแล้วที่ฉันไม่ได้พูดมันออกไป ปีนี้ก็เช่นเคย

    ปากหนักจัง

     

     

    จ๊ะห์รักมานะ TT

     

    Binti Hafsah 

     “ข้าแต่พระเจ้าของฉัน ทรงโปรดเมตตาแก่ท่านทั้งสองเช่นที่ทั้งสองได้เลี้ยงดูฉันเมื่อเยาว์วัย” (อัล-อิสรออฺ : 24)

    -------------------------------------------------------------------------------------

     

     

     

     

    Comments (19)

    Please wait...
    Sorry, the comment you entered is too long. Please shorten it.
    You didn't enter anything. Please try again.
    Sorry, we can't add your comment right now. Please try again later.
    To add a comment, you need permission from your parent. Ask for permission
    Your parent has turned off comments.
    Sorry, we can't delete your comment right now. Please try again later.
    You've exceeded the maximum number of comments that can be left in one day. Please try again in 24 hours.
    Your account has had the ability to leave comments disabled because our systems indicate that you may be spamming other users. If you believe that your account has been disabled in error please contact Windows Live support.
    Complete the security check below to finish leaving your comment.
    The characters you type in the security check must match the characters in the picture or audio.

    To add a comment, sign in with your Windows Live ID (if you use Hotmail, Messenger, or Xbox LIVE, you have a Windows Live ID). Sign in


    Don't have a Windows Live ID? Sign up

    "จ๊ะห์รักมานะ TT "
    สีซะอ่อนเชียว
    จะบอกรักแม่ทั้งที ตัวเข้มๆหน่อยดิ๊
    4 days ago
    อิอิ ฟาทำเจ้เจ้าของสเปซเจ็บแสบอยู่น่ะ
    จำได้ป่าวๆ เหอๆ
    Nov. 4
    หึๆๆ

    ยังไม่ผ่านนะจ้ะหนูฟา
    -*-"





    Nov. 1
    Fatimahwrote:
    คิดถึงซะอฺดจัง ^^
    Nov. 1
    อยากกลับบ้านเช่นกาน จากแม่มาปีกว่าๆ ยังไม่ได้เห็นหน้าตา มิง บา อามีน แบมัง กะมาร์ เลยยยยย
    อินชาอัลลอฮฺจะกลับธันวานี้ ยังไงก็พี่น้องช่วยดุอาให้ด้วยน๊า.....
    Oct. 31
    T T อยากกลับบ้านจัง
    Oct. 30
    มาชาออัลลอฮฺ!!!
    บอกรักแม่ผ่านสเปซ...

    สุดยอดเลยอุคตีเรา^^
    Oct. 30
    เรียบร้อยคุณแม่ชั้นแล้วค่ะตี

    แม่ชั้นมาอ่านเรียบร้อยแล้ว --
    เหอๆๆ

    ไม่รู้ใครเปิดให้อ่าน


    Oct. 30
    การเจ็บแทนของแม่...อาจจะเจ็บปวดมากกว่าลูกเจ็บอยู่ในขณะนั้น...

    และลูกๆก็แอบมาซึ้งกัน ณ บล็อกนี้
    บอกเดะนูให้ปริ้นหน้านี้ไปให้มาเธอดูดีกว่า^^
    Oct. 30
    นูรฮายาตี

    เด็กที่พูดไม่ได้ ชั้นสงสารเวลาเขาไม่สบายนี่แหละ
    เขาร้องไห้งอแง เราก้ไม่รู้ว่าเขาเจ็บตรงไหนหรือไม่สบายตัวยังไง
    เห็นแล้วอยากเจ็บแทน TT

    Oct. 30
    คิดถึงแม่จัง
    Oct. 30
    บทนิยาม::แม่คือ...ผู้หญิงที่พิเศษและวิเศษ
    แม่คือผู้หญิงที่น่ากอดที่สุดในโลก
    แม่ใคร...ใครก็รัก
    แม่...คือยอดหญิงทรหดอดทนของลูกๆ
    9ล9
    สำหรับบางคนยังคงเป็นบทนิยาม(ไปก่อน)เพราะยังไม่สามารถพิสูจน์ความเป็นแม่ได้ด้วยความสามารถของตน...
    แต่สำหรับบางคนเปลี่ยนเป็นทฤษฎีบท(แล้ว) คราวนี้ได้พิสูจน์...ว่าคราที่ต้องถูกเรียกว่า "อุมมี" เป็นเช่นไร(ในการพิสูจน์มีหลากหลายหนทางในการหาว่าคำว่าแม่นั้นเป็นจริงอย่างที่เราตั้งเป็นทฤษฎีรึเปล่า เราต้องเลือกเอา....เอง)
    และคราวนี้จะได้รู้ว่าคำว่าแม่เป็นมากกว่าที่เราเห็น
    เมื่อเราได้เป็น "แม่"แล้วเราจะรู้...!!!

    เด็กเล็กเลี้ยงง่าย ก็ยามอึ ยามฉี่ ยามปวด ยามเจ็บ ยามไข้ ยามหิว ยามร้อน ยามหนาว และอีกหลากหลายยาม...เขาบอกเป็นภาษาพูดไม่ได้...บอกได้เพียงภาษาร้อง...เนี่ยล่ะ...(ง๊าย...ง่าย)
    แต่เวลาอารมณ์ดีล่ะก็...พูดอะไรก็ไม่รู้ แถมด้วยเสียงหัวเราะเริงร่า
    ไม่เชื่อก็ต้องไปดูฌีรีน ณ บ้านยะรังดูน่ะน้าจ๊ะ

    คนแรกที่อยากเห็นหน้าที่สุด ไม่ใช่สามี แต่เป็นแม่ >>> ฉันยังจำภาพที่อุมมุฌีรีนกำมือแม่ของเธอไว้แน่น ได้เต็มตา วันนั้นฉันขอมอบโล่ให้กับหมอคนนี้เลย เธออดทนและเข้มแข็ง ฉันเองยังแอบซึมและแอบซึ้ง ปลื้มใจ...ด้วยหน้าที่บ่าวของอัลลอฮฺ ทำให้เธอเป็นทั้งลูกของแม่ เป็นภรรยาของสามี เป็นแม่ของลูก เป็นอุคตีที่แสนดีของฉัน (และของใครหลายคน)...
    ฉันอยากพาเธอไปดูหน้าเด็กคนนี้จัง...กลับมาไวไวเน้อออ...
    Oct. 30
    คุณ"ลูกรัก"
    อุมมีและพี่น้องของเธอคงจะหมั่นไส้เธอม้างงงงงง ^^
    เออ แต่บ้านชั้นปากหนักปากแข็งกันทั้งนั้น
    บางครั้งที่แม่บอกรักลูก
    ลูกๆกลับรู้สึกตะขิดตะขวงแปลกๆ --

    เคยใช้วิธีของนูรฮายาตี แค่ครั้งเดียวแหละ
    เพราะคุณพ่อคุณแม่ดิฉัน ไม่ค่อยเช็คข้อความน่ะ
    เลยไม่ค่อยใช้วิธีนี้และวิธีอื่นๆ --"

    คุณปริศนา
    แต่ช่วงแบเบาะเนี่ยเหนื่อยใช้ได้เลยนะ
    จากเคยช่วยเลี้ยงเด้กแบบพาร์ไทม์กลางวันมา2คน
    ฉันว่ามันเหนื่อยตรงที่ต้องตื่นมาให้นมตอนดึกๆนี่แหละ
    อย่างที่เธอว่านั่นแหละ ช่วงนี้เลี้ยงง่ายที่สุดจริงๆ
    ยังพูดไม่ได้ เดินไม่ได้

    ถ้าพูดได้ เดินได้เมื่อไหร่นะ อื้อหือ สุดๆ
    สุดจะบรรยาย

    ฉันกลับบ้านไปคราวที่แล้วน้องสาวฉันอยู่ในช่วง เจ้าหนูจำไม
    แต่ละคำถามที่ถาม ยิ่งกว่าผู้ใหญ่ถามซะอีก (ฉันว่าคำถามที่เธอชอบถามปวดหัวแล้วนะ -- )
    ฉันโยนกันไปโยนกันมากับพ่อ
    พ่อก็ขำที่เห็นฉันทำหน้าปวดหัวกับคำถามของน้อง

    สรุปคือก็ต้องเตรียมทั้งร่างกาย จิตใจ สติปัญญาและอีหม่านให้พร้อมสำหรับการนี้
    ถ้าไม่ใช่ผู้หญิงและแม่ของเด็กเอง
    ใครล่ะจะทำหน้าที่นี้!!


    Oct. 29
    S.M.Ywrote:

    คุณปริศนาพูดได้ดี คุณปริศนาพูดได้ถูกต้อง
    เราเห็นชอบให้คุณปริศนาพูด

    แต่ตรงนี้... "ถ้ามีลูกนะ ช่วงแบเบาะจะไม่เลี้ยงเองเลย"
    เอ่อ จะดีหรือคะคุณ
    ดิฉันไม่เห็นด้วยกับคุณปริศนาตรงจุดนี้
    กรุณาคิดใหม่ ทำใหม่ ด่วน

    พักเรื่องลูกๆ กลับมาเรื่องแม่ๆ...
    คิดว่าเม้นท์ล่างๆพูดไปค่อนข้างครอบคลุมนะ
    อยากเพิ่มอีกประเด็นนึงเท่าที่คิดออก คือวัฒนธรรมการแสดงความรักของแต่ละบ้าน
    ...ซึ่งเราคิดว่ามันไม่เหมือนกันน่ะ

    สำหรับบางบ้าน...คำพูดว่า "พ่อ/แม่รักลูกนะ" "หนูรักพ่อ/แม่นะ" อาจวนเวียนอยู่ในบรรยากาศจนตลบอบอวลเป็นเรื่องปกติ
    แต่บางบ้านก็ช่างห่างเหินกับคำบอกรักลักษณะนั้นเสียจริง
    การเอ่ยปากพูดของแต่ละคน จึงยาก-ง่ายต่างกัน
    ถ้ายึดเอาหะดีษว่า "รักใคร(เพื่ออัลลอฮฺ)ก็ให้บอก" มาโยงซะหน่อย ก็อาจพอเห็นความดีงามของการบอกรัก
    แต่เรื่องความถี่...ลักษณะการบอก และอะไรอื่นๆนี่...อาจไม่ต้องถึงกับฝืนทำในสิ่งที่รู้สึกว่าไม่ใช่ตัวเองก็ได้มั้ง
    (ความเห็นส่วนตัว สามารถไม่เห็นด้วยได้อย่างเต็มที่)
    บางบ้าน...อาจมีวัฒนธรรมการแสดงความรักที่ไม่ใช่คำพูด (แต่ขอให้มีละกัน ถ้าไม่มีเลยนี่ก็คงแห้งแล้งเกินไป)
    บางบ้าน...พ่อแม่อาจรอชื่นใจฟังคำรักจากลูกอยู่อย่างตั้งตา แต่พ่อแม่อีกบางคนอาจรู้สึกเฉยๆมากมายกับการแสดงความรักด้วยวาจาก็เป็นได้
    เหมือนเราในฐานะลูกนั่นแหละ...บางคนอาจได้ยินคำรักจากพ่อแม่จนคุ้นชิน ขาดไม่ได้ บางคนอาจตั้งตารอคอยจะฟังในบางครั้งที่หลุดมาบ้าง
    แต่บางคน...ก็ไม่ได้ฟัง และไม่เคยคิดโหยหาอยากจะฟังด้วย
    เพราะสิ่งที่พ่อแม่ทำก็คือการแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าท่านรักเรา
    แม้พ่อแม่บางคนอาจไม่เคยพูดคำว่ารักออกมาเลยก็ตาม


    ปล. เวลาอารมณ์ครึ้มๆ เราจะเรียกอุมมีว่า"แม่รัก" (พร้อมๆกับแทนตัวเองว่า"ลูกรัก")
    ถือเป็นการบอกรักอุมมีไปในตัว (และจัดแจงให้อุมมีบอกรักเราไปในตัวด้วย)
    แต่ไม่รู้ทำไม ทั้งอุมมีและพี่น้องคนอื่นๆชอบทำหน้าเหมือนเซ็งอะไรมาซะเต็มที่แล้ว
    - - '
    Oct. 29
    บอกไปเถอะนะ ก่อนที่จะไม่มี "แม่" ให้บอกรัก กอดแม่ด้วยยิ่งดี เพราะเวลาที่เราเสียเค้าไปแล้ว เราไม่สามารถย้อนเวลากลับไปได้อีก และเราจะเสียใจเป็นที่สุดที่เราไม่ได้ทำอะไรเลย เวลาที่มีอยู่ก็ใช้มันให้คุ้มค่านะ (พี่เองก็ไม่มีแม่ให้กอดมาหลายปีแล้ว) ดังนั้นอะไรที่เป็นความดีงามก็ทำไปเถอะเนอะ ทำเพื่ออัลลอฮฺงัย ทำได้อยู่แล้วนิ แค่นี้เอง

    ว่าแต่ว่า "หนูคือน้อง...." อะไรเอ๋ย เราคงได้พูดคุยกันในค่ายใช่มั้ย
    Oct. 28
    ก๊ะจ๊ะห์...ทำงี้ได้ไง
    ระวังน้องๆที่บ้านแย่งบอกรักมาน่ะจ๊ะ...

    หากปากหนัก...ส่งข้อความไปบอกก็ได้...เราชอบทำอย่างนี้อยู่บ่อย^^
    Oct. 28
    เอ่อ ว่าจะถามเธอเรื่องไปค่ายก็ลืมไปเลยเชียว

    เรื่องการดูแลพ่อแม่เป็นเรื่องหนึ่งที่เยาวชน "ลืม" ที่จะทุ่มเทแรงกายและแรงใจในการปฏิบัติ
    ทั้งๆ ที่ตามจริงแล้วเรื่องนี้ถือเป็นหน้าที่หลักของเราด้วยซ้ำ
    น่าแปลกที่พอมาคิดดูแล้วน้อยครั้งมากเลยนะที่เราละเลยการนาซิฮัตกันในเรื่องนี้
    อาจเป็นเพราะมันเป็นเรื่อง "จริง" ที่ไม่เกินไปในชีวิตเรา
    เป็นความจริงที่เมื่อคิดถึงทีไร ความเหนื่อยหนักก็ปรากฏขึ้นทุกครั้ง
    เป็นสมรภูมิญิฮาดแรกที่เราต้องสู้สุดพลังเพื่อรางวัล
    และก้าวต่อไป...
    จนกว่าจะถึงจุดหมายของเรา

    ช่วงปิดเทอมที่ผ่านมาได้มีโอกาสอยู่กับทั้งคนท้องแก่และแม่ลูกอ่อนมากมาย (มากมาย = 2 คน)
    ซึ้งมากจนขนาดไม่อยากมีลูกเลยทีเดียว (ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้ไม่มีความคิดนี้อยู่ในสมองเลยสักกะนิด)
    และคิดแผลงๆ ว่าถ้ามีลูกนะ ช่วงแบเบาะจะไม่เลี้ยงเองเลย (แต่ได้ข่าวว่านั่นน่ะเป็นช่วงทีเลี้ยงง่ายที่สุด)
    หึ...แต่พอคิดอีกที ถ้าไมทำอะไรยากๆ ก็ต้องอดสิ่งดีๆไปมากเหมือนกัน

    ดังนั้น...ชีวิตเรามันก็ต้องสู้สุดๆ ต่อไปตามแผนที่อัลลอฮฺวางไว้




    Oct. 28
    so cool ^^ “หลังจากที่ฟื้นจากคลอดลูกแล้ว คนแรกที่อยากเห็นหน้าที่สุด ไม่ใช่สามี แต่เป็นแม่ เรียกหาแต่แม่ เพื่อที่จะบอกว่าเรารักเขา”
    I miss my mom T_T
    Oct. 26
    - Fatimah -wrote:

    แถมยังมือหนักอีกด้วย... แอบเห็นล่ะ ^^


    Oct. 26

    Trackbacks

    The trackback URL for this entry is:
    http://filastine.spaces.live.com/blog/cns!864BFFDF62FEBFF5!997.trak
    Weblogs that reference this entry
    • None